สาระน่ารู้

  • Share
      

ประกันโรคร้ายแรง (Critical illness) ต้องเลือกแผนไหนให้คุ้มครองครบ

 

 

    หลังจากที่เรามีโควิด-19 เข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิต  ผู้คนก็หันมาใส่ใจในสุขภาพ และมองหาประกันภัยสุขภาพกันมากขึ้น บริษัทประกันชีวิตและประกันภัยเองก็จัดทำแผนความคุ้มครองประกันสุขภาพที่หลากหลาย มีแบบทั้งต้องซื้อพ่วงกันทั้งประกันภัยสุขภาพและประกันชีวิต หรือบางแผนเป็นลักษณะของความคุ้มครองแบบ เจอ จ่าย จบ คือตรวจพบโรคที่คุ้มครอง ประกันภัยก็จะจ่ายทันที

 

 

    หากเราสนใจซื้อประกันภัยสุขภาพขึ้นมา หรือมีประกันภัยสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว ความคุ้มครองที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลโรคปกติทั่วไป นั่นคือ ความคุ้มครองโรคเจ็บป่วยร้ายแรง 50 โรค ตามประกาศของ คปภ. ซึ่งมีรายละเอียดของโรคที่ปลีกย่อยมาก

 

 

    แล้วทำไมจึงควรพิจารณาซื้อแผนความคุ้มครองโรคร้ายแรง ก็เพราะโรคร้ายแรงนั้น ค่ารักษาพยาบาลหรือความคุ้มครองประกันสุขภาพทั่วไปอาจไม่เพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นโรคมะเร็งเรื้อรัง ค่ารักษาพยาบาลจากแผนที่คุ้มครองอยู่อาจจำกัดเฉพาะค่ารักษา แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงการดูแลหลังจากรักษา เช่น พยาบาลดูแลที่บ้าน

 

 

    โรคร้ายแรง ได้แก่โรคมะเร็ง (ทุกระยะ ไม่รวมมะเร็งผิวหนัง), โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน, โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, ภาวะโคม่า, การผ่าตัดเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ, โรคตับวาย และโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์

 

 

   โรคร้ายแรงที่ยกตัวอย่างมานี้ หากต้องรักษาต่อเนื่องจะต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวนสูงมาก แผนความคุ้มครองที่ควรพิจารณาเลือกซื้อประกัน อาจจะเป็นแผนความคุ้มครองแบบเป็นเงินก้อน อาจจะเป็น ทุนคุ้มครอง 3 แสน เบี้ยประกันไม่กี่พันบาทต่อปีหรืออาจซื้อทุนคุ้มครองได้ถึง 1 ล้านบาทโดยดูตามแผนคุ้มครองได้ หากตรวจเจอแล้วจ่ายจำนวนตามทุนประกัน สามารถช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่มีอยู่เดิม หรือหากไม่เคยมีประกันสุขภาพเลย การซื้อประกันโรคร้ายเหมือนความอุ่นใจที่จะไม่เป็นภาระสำหรับครอบครัวหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้นะครับ ฝากพิจารณาประกันภัยคุ้มครองโรคร้ายไว้ด้วยนะครับ  

 

 

 

#โรคมะเร็ง #โรคร้ายแรง #โรคไตวาย #ความคุ้มครองโรคร้ายแรง #criticalillness #ประกันมะเร็ง #ค่ารักษาพยาบาลมะเร็ง

จำนวนคนอ่าน : 46
ผู้เขียน : Admin วันที่ : 10/2/2564 17:55:28