สาระน่ารู้

  • Share
      

พลิกโฉมประกันภัยรถยนต์ใหม่ให้ตอบโจทย์สังคมดิจิตอล New Normal

 

 

เข้าสู่ยุค new normal ที่ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนระบุสั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีสื่อสารโซเชียลมีเดียมากขึ้น เริ่มคุ้นเคยการใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ มีการดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น และคุ้นเคยทำงานที่บ้านมากขึ้น

1. เมื่อคนส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน ประกันภัยรถยนต์ยังจำเป็นอยู่ไหม?

บริษัทต่างๆ เริ่มปรับให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ด้วย การเดินทางในชีวิตประจำวันสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด หากคนไม่ต้องไปทำงานทุกวันแล้ว ลูกค้ายังต้องการทำประกันภัยรถยนต์ที่ต้องเสียรายปียังจำเป็นอยู่ไหม? นี่ก็ต้องเป็นสิ่งที่บริษัทประกันภัยรถยนต์ต้องไปคิดหาแนวทางในการปรับตัว  อาจต้องมีความคิดนอกกรอบ เช่นประกันรถยนต์เลือกวันคุ้มครองได้ หรืออาจใส่ความคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน work from home เพิ่มเข้าไปให้ลูกค้าได้มีทางเลือกที่มากขึ้น

2. เทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างสมบูรณ์

เมื่อก่อนการสร้างแผนธุรกิจหรือกิจกรรมบนดิจิทัลมักจะเจาะไปกลุ่มที่เข้าถึงและเปิดรับเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อทุกคนถูกบังคับให้ใช้เทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงได้ไม่ได้ เช่น ลูกค้าในวัย 40-60 ปีหันมามีประสบการณ์ในการใช้สมาร์ทโฟนสั่งอาหารผ่านแอพต่าง ๆ ได้มากขึ้น เริ่มโอนจ่ายเงินผ่านช่องทางดิจิตัล การทำประกันรถยนต์ก็อาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขาย เพื่อตอบรับการซื้อของลูกค้ามากขึ้น ระบบออนไลน์ต้องซื้อขายประกันรถยนต์ได้ง่ายขึ้น การจ่ายเงินผ่านออนไลน์ต้องสะดวกมากขึ้น การรับกรมธรรม์อาจปรับเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ออนไลน์ e-policy ได้ทั้งหมด เราไม่ได้อยู่ในยุคที่ถือกระดาษเพื่อยืนยันความคุ้มครองการทำประกันรถยนต์อีกต่อไปแล้ว เรากำลังเข้าสู่ยุค big data ที่ทุกข้อมูลของเราสามารถเรียกดูได้จาก mobile device, line platform หรือ application ที่สามารถเข้าถึงได้ไม่เกิน 5 นาที

3. ยกระดับความสำคัญของสุขภาพและความปลอดภัยมากขึ้น

 เวลานี้ผู้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนแนวคิดต่อการรักษาสุขภาพกายและใจมากขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันสุขภาพของตนเองและรักษาอนามัยแก่สังคม โครงสร้างความคุ้มครองในตารางประกันภัยรถยนต์อาจต้องเปลี่ยนไป เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น การเดินทางสาธารณะอาจมีความเสี่ยงมากกว่า ต้องใส่ใจในสุขภาพอนามัยมากกว่า แต่ผู้คนจะยอมให้ข้อมูลการเดินทางมากขึ้น เพื่อให้เห็นว่า บริเวณร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้าที่เดินทางไปหรือ check-in เข้าไป มีคนมากขนาดไหน มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดหรือไม่ นั่นคือวิถีทางของลูกค้าในยุค new normal ที่เห็นความสำคัญของสุขภาพมากกว่าสิ่งอื่นใด สำหรับบริษัทประกันภัยรถยนต์เอง อาจเพิ่มบริการเพื่อให้สุขอนามัยของผู้ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น เช่น บริการพ่นฆ่าเชื้อในรถยนต์สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัย เป็นต้น

4. ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น เก็บเงินเผื่อเกิดวิกฤตครั้งหน้า

ผู้บริโภคเริ่มคำนึงถึงเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น หันมาใช้จ่ายในหมวดสินค้าจำเป็นเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการที่จะซื้อประกันภัยรถยนต์อาจไม่ได้เป็นตัวเลือกหลักในตอนนี้ แต่การมีตัวเลือกให้กับลูกค้าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมในระยะเวลาสั้นลง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายของลูกค้าน้อยลง หรือการซื้อประกันภัยต่อครั้งสำหรับผู้ที่ใช้รถน้อยก็ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า พฤติกรรมของผู้คนในภาวะ new normal จะเป็นแค่ชั่วคราว หรือตลอดไป แต่หลัก ๆ แล้วผู้คนจะเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ และดิจิทัลมีผลต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น จนคุ้นชินและเป็นส่วนหนึ่งไปโดยปริยาย ซึ่งสุดท้ายแล้วธุรกิจอย่างประกันภัยรถยนต์ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะเป็น next normal ต่อไป


ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ

จำนวนคนอ่าน : 253
ผู้เขียน : Admin วันที่ : 14/7/2563 14:24:14